นครพนม เมืองที่ได้ชื่อว่ามีความสุขสุดๆในประเทศไทย ด้วยเป็นเมืองที่ติดริมฝั่งโขง มีความสงบ งดงาม น่าอยู่ ผู้คนเป็นมิตร
สภาพโดยทั่วไปของจังหวัดนครพนมเป็นที่ราบลุ่ม มีที่ราบสูงและภูเขาอยู่บ้าง มีแม่น้ำสายสั้น ๆ เป็นสาขาย่อยแยกจากแม่น้ำโขงมาหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ภายในพื้นที่ พื้นที่ส่วนใหญ่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน นครพนมจึงนับว่าเป็นจังหวัดที่มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์มาก ด้านตะวันออกมีแม่น้ำโขงทอดยาวกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับลาว จังหวัดนครพนมมีจุดผ่านแดนไป ประเทศลาว รวม 6 จุด เป็นจุดผ่านแดนถาวร 2 จุด และจุดผ่อนปรน 4 จุด จุดผ่านแดนที่สำคัญและเป็นสากล คือ ด่านสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 3 ซึ่งรัฐบาลไทย-ประเทศลาว ร่วมมือกันสร้างและเป็นประตูไปสู่อินโดจีน

บึงกาฬ ชื่อนี้เคยมีสถานะเป็นแค่ อ.บึงกาฬ เขตการปกครองส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองคาย มีสภาพพื้นที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวจังหวัดหนองคายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราวๆ 136 กิโลเมตร และมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวยาว เป็นพรมแดนกั้นระหว่างประเทศไทยกับแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่หลังจากประกาศเป็นจังหวัดบึงกาฬเมื่อกลางปีที่แล้ว ก็ได้รวมอำเภออีก7 แห่งที่อยู่ใกล้เคียงกันมารวมไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งจังหวัดคือ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ซึ่งในแต่ละอำเภอก็จุดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่ถ้ามีโอกาสก็น่าจะได้เดินทางไปเยือนกันสักครั้ง

 

เป็นหมู่บ้านเล็กๆของจังหวัดบุรีรัมย์ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เป็นพื้นที่ที่มีป่าทึบเมื่อประมาณ 150 ปี มีต้นไม้ชื่อว่าต้นสนวน มีนายดำ เป็นชาวร้อยเอ็ดเข้ามาตั้งรกราก บ้านสนวนนอก ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช มีภาษาพื้นถิ่นเขมร ดำรงชีวิตเรียบง่าย มีความสามัคคีปรองดอง ชอบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณ
เส้นทางการเดินทาง
- "สนวนนอก" ตั้งอยู่บนทางหลวงชนบท ถนนสายห้วยราช - กระสัง อยู่ห่างจากอำเภอห้วยราช 2 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ 12 กิโลเมตร
- สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง/รถไฟจากจังหวัดบุรีรัมย์ ได้โดยสะดวก
แหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตผลิตไหม
"บ้านสนวนนอก" มีมัคคุเทศก์ของหมู่บ้านอำนวยความสะดวกนำนักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตผลิตภัณฑ์ไหมตั้งแต่เริ่มแรก ดังนี้
- การปลุกหม่อน-เก็บใบหม่อน ชมและเรียนรู้การปลูกหม่อน/ชำต้นหม่อน/เก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม
- การเลี้ยงไหม สาวไหม ชมและเรียนรู้การเลี้ยงไหม/ให้อาหารตัวไหม/สาวไหมจากตัวดักแด้
- การฟอก ย้อม มัดหมี่ ชมและเรียนรู้การฟอดกาวไหมออกจากเส้นไหม/การเตรียมเส้นไหมเพือมัดหมี่/การย้อมสีธรรมชาติ/เรียนรู้การมัดหมี่ ฟอกย้อมสีเส้นไหม
- การทอผ้าไหม ชมและเรียนรู้การทอผ้าไหม
- การแปรรูปและสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าไหม ชมและเรียนรู้การแปรรูปผ้าไหม การเขียนลาย พิมพ์ลายต่างๆ บนผืนผ้าไหม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต จัดงาน Phuket Tasty Fest 2016 ที่กินที่เที่ยวที่เดียวกัน” เพื่อเป็นการยกระดับอาหารพื้นถิ่นภูเก็ต ตอกย้ำความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร Phuket City of Gastronomy ขององค์กรการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) โดยรวบรวมอาหารถิ่นจานเด็ดของจังหวัดภูเก็ตและจานดังจากภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 -11 กันยายน 2559 ตั้งแต่เวลา 16.00 -22.00 น. ณ บริเวณลานมังกร ถนนถลาง และสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี จังหวัดภูเก็ต โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น สุดยอดอาหารจานเด็ดจานดัง 4 โซน เจ้าถิ่น Tasty รวมอาหารร้านเด็ดของภูเก็ต ชิมเมนู ขนมและเครื่องดื่ม กิจกรรมเซฟปะทะดารา พร้อมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหาร Phuket City of Gastronomy ซึ่งภูเก็ตมีจุดเด่นสำคัญด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมด้านอาหาร อาทิ อาหารทะเลอันดามัน อาหารไทย อาหารบาบ๋าท้องถิ่น และอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อาหารพื้นเมืองภูเก็ต มีอัตลักษณ์และสูตรลับเฉพาะที่มีการถ่ายทอดและใช้วัตถุดิบทีมีเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในเรื่องของอาหาร ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต

วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2559 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถือเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทย 18 ก.ค. 59 : เวลา 18.00 น. จัดขบวนแห่เทียนพรรษา ที่ตกแต่งสวยงามวิจิตรอลังการ จากชุมชน 12 คุ้มวัด พร้อมขบวนแห่ช้างที่ยิ่งใหญ่นับ 89 เชือก
........โดยชุมชน 12 คุ้มวัดชื่อดัง ได้แก่ วัดใหม่ศรีมากทอง วัดกลางสุรินทร์ วัดหนองบัว วัดเทพสุรินทร์ วัดโยธาประสิทธิ์ วัดบูรพาราม พระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ วัดโคกบัวราย วัดประทุมเมฆ วัดจำปาสุรินทร์ วัดศาลาลอย พระอารามหลวง วัดพรหมสุรินทร์ และวัดจุมพลสุธาวาส 19 ก.ค. 59 : เวลา 07.00 น. ร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่นั่งบนหลังช้างออกรับบิณฑบาตแก่นักท่องเที่ยวให้ได้ร่วมใส่บาตรกันถ้วนหน้า
สำหรับการจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง ปี 2559 นี้ จังหวัดสุรินทร์ขอความร่วมมือ ชาวสุรินทร์ร่วมแต่งกายด้วยผ้าไหมสุรินทร์ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์ผ้าไหม ของดีเมืองสุรินทร์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักด้วย

เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท และอุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน ตั้งอยู่เลขที่ 252 หมู่ 7 อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจาก อำเภอเมือง 32 กิโลเมตร มุ่งเน้นให้เป็น สถานที่ “พัฒนาผู้เรียนนอกห้องเรียน” สำหรับ เยาวชน นักเรียนและบุคคลทั่วไปเพื่อส่งเสริมการเรียน รู้และทักษะให้กว้างไกล เพื่อจุดประกาย และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ภาคอีสานอีกทั้งเติมเต็มความรู้ ด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมโบราณรวบรวมไว้ที่นี่

หมู่บ้านท่องเที่ยวจะโปะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้ท่านได้รู้จักประวัติความเป็นมาของอำเภอปักธงชัยได้อย่างแท้จริง ชมสถานที่เก่าแก่ต่างๆในชุมชน อาทิ ศาลตาปู่ ศาลคู่ชุมชนบ้านจะโป๊ะ ที่มีอายุกว่า 300 ปี พิพิธภัณฑ์ชุมชน ที่มีการจัดแสดงเครื่องมือการทอผ้าไหมแบบดั่งเดิม สิ่งของเครื่องใช้ โบราณ ผ้าไหมอายุกว่า 200 ปี ข้องใหญ่ ไซยักษ์ และจักรยานโบราณ เป็นต้น

“เขตทหารยินดีต้อนรับ” เป็นสโลแกนใหม่ตามบริเวณหน้าค่ายทหารและหน่วยทหารทั่วประเทศไทยเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มนต์ขลังของแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร สถานที่บางแห่งท่านอาจจะไม่เคยพบเห็นจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วๆไปซึ่งถือได้ว่าเป็น”UNSEEN ARMY TOURISM” ท่านจะได้ตามรอยประวัติศาตร์ที่ควรรำลึกนึกถึงและจดจำพร้อมกับได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลปวัฒนธรรมและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทยพร้อมกับได้รื่นรมย์กับธรรมชาติอันสวยงามป่าเขาลำเนาไพรอันบริสุทธิ์และเพลิดเพลินสนุกสนานไปกับกิจกรรมนันทนาการและการผจญภัยที่ท้าทายและหาไม่ได้ในแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆนอกจากในเขตทหารทั่วประเทศไทยเท่านั้น ในท่ามกลางบรรยากาศของความเป็นเพื่อนเป็นญาติพี่น้อง ที่เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนานสำราญ เบิกบานใจ ให้สมกับคำที่ว่า “ท่องเที่ยวในเขตทหารสำราญใจ ปลอดภัย และประหยัด”